แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น.ส.ธนัชพร ดีจริงจริง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น.ส.ธนัชพร ดีจริงจริง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

คุณสมบัติของคลื่น

คุณสมบัติของคลื่น
  วิธีการอธิบายการเคลื่อนที่ของคลื่น
หน้าคลื่น (wavefront)  คือ  เส้นที่ลากเชื่อมตำแหน่งที่มีเฟสเดียวกัน
คลื่นต่อเนื่องวงกลม    

คลื่นต่อเนื่องเส้นตรง         







รังสีคลื่น (ray)  คือ  เส้นที่ลากตั้งฉากกับหน้าคลื่น จะแสดงทิศการเคลื่อนที่ของคลื่น


คุณสมบัติ พื้นฐานของ คลื่น ต่างๆ สามารถ พิจารณาได้ 4 ประการ ซึ่งมี
             1.    การสะท้อนกลับ ( Reflection )
             2.   
การหักเห (Refraction)
             3.   
การแพร่กระจายคลื่น (Diffraction )
             4.   
การแทรกสอดของคลื่น ( Interference )
การสะท้อน ( Reflection )
              การสะท้อน คือ การที่คลื่นเคลื่อนที่ไปตกกระทบกับสิ่งกีดขวางหรือรอยต่อระหว่างตัวกลางแล้วเปลี่ยนทิศสะท้อนกลับ มาในตัวกลางเดิม
การสะท้อนของคลื่นในเส้นเชือก
เมื่อทำให้เกิดคลื่นดลในเส้นเชือกเคลื่อนที่ไปตามเส้นเชือก กระทบผิวรอยต่อซึ่งเป็นปลายอิสระ (
free end)
หรือปลายตรึง (fixed end) คลื่นในเส้นเชือกจะสะท้อนกลับดังรูป

แสดงการสะท้อนของคลื่นแบบปลายอิสระ
                            


แสดงการสะท้อนของคลื่นแบบปลายตรึง
                                                   

- การสะท้อนคลื่นในเชือกปลายอิสระ คลื่นตกกระทบและคลื่นสะท้อนจะมีเฟสตรงกัน
- การสะท้อนคลื่นในเชือก
ปลายตรึง คลื่นตกกระทบและคลื่นสะท้อนจะมีเฟสตรงข้ามกั
การหักเห (Refraction) 
          การหักเห คือ การที่คลื่นเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่
การสะท้อนของคลื่นผิวน้ำ
         เมื่อคลื่นผิวน้ำเคลื่อนที่ไปกระทบสิ่งกีดขวาง และเนื่องจากระดับน้ำสามารถเลื่อนขึ้นลงได้อิสระ ดังนั้นการ
สะท้อน จึงเหมือนการสะท้อนในเชือกปลายอิสระ กล่าวคือ เฟสของคลื่นสะท้อนจะคงเดิม
แสดงการสะท้อนของคลื่นผิวน้ำ




แสดงการสะท้อนของคลื่นผิวน้ำ
แสดงการสะท้อนของคลื่นผิวน้ำ
   การเลี้ยวเบนหรือการแพร่กระจายคลื่น (diffraction)
         การเลี้ยวเบน หรือการแพร่กระจายคลื่น (diffraction) เกิดจากคลื่นเคลื่อนที่ไปพบสิ่งกีดขวาง ทำให้คลื่นส่วนหนึ่งอ้อมบริเวณของสิ่งกีดขวางแผ่ไปทางด้านหลังของสิ่งกีดขวางนั้น

แสดงการเลี้ยวเบนของคลื่นเมื่อเคลื่อนที่ผ่านสิ่งกีดขวาง
การอธิบายปรากฏการณ์การเลี้ยวเบนของคลื่น อธิบายโดยใช้หลักของฮอยเกนส์
หลักของฮอยเกนส์ (Huygen’s principle)
  “
ทุกๆ จุดบนหน้าคลื่นเดียวกัน อาจถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดคลื่นชุดใหม่ ที่แผ่ออกไปทุกทิศทาง ด้วยอัตราเร็ว เท่าเดิม”

แสดงการกำเนิดคลื่นใหม่ตามหลักของฮอยเกนส์
การเลี้ยวเบนของคลื่นผ่านช่องแคบเดี่ยว (Single Slit)
            เมื่อคลื่นเคลื่อนที่ผ่านสิ่งกีดขวาง ซึ่งเป็นช่องแคบคลื่นจะเลี้ยวเบนผ่านช่องแคบไป ปรากฏเป็นคลื่นหลังสิ่งกีดขวางได้ ซึ่งการเลี้ยวเบนนี้จะเกิดได้ดี ถ้าหากช่องแคบนั้นมีความกว้างประมาณเท่า หรือน้อยกว่าความยาวคลื่น โดยเสมือนหนึ่งว่าช่องแคบนั้นทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดคลื่นใหม่ให้หน้าคลื่นวงกลมออกมารอบช่องแคบนั้น แต่ถ้าช่องแคบนั้นกว้างกว่าความยาวคลื่นจะเกิดการเลี้ยวเบนและเกิดการแทรกสอด ขึ้นด้วย ดังรูป
 
                                         

 


แสดงการเลี้ยวเบนของคลื่นเมื่อเคลื่อนที่ผ่านช่องแคบเดี่ยว
แสดงการเลี้ยวเบนของคลื่นเมื่อเคลื่อนที่ผ่านช่องแคบเดี่ยว








การแทรกสอดของคลื่น ( Interference )
                     การแทรกสอด (interference) เกิดจากคลื่นสองขบวนที่เหมือนกันทุกประการเคลื่อนที่มาพบกันแล้วเกิดการซ้อนทับกัน ถ้าเป็นคลื่นแสงจะเห็นแถบมืดและแถบสว่างสลับกัน ส่วนคลื่นเสียงจะได้ยินเสียงดังเสียงค่อยสลับกัน
แสดงลักษณะ และส่วนประกอบของคลื่น
         • เส้นสีขาว คือแนวสมดุล (ระดับเดิมของตัวกลางเมื่อยังไม่มีคลื่น)
• สันคลื่น(
crest) คือ ส่วนที่สูงที่สุดของคลื่นจากแนวสมดุล(มีการกระจัดเป็นบวกมากที่สุด)
• ท้องคลื่น(
trough) คือส่วนที่ต่ำลงไปจากแนวสมดุลมากที่สุด(การกระจัดเป็นลบมากที่สุด)
แสดงการแทรกสอดของคลื่นจากแหล่งกำเนิดอาพันธ์

การรวมกันของคลื่นต่อเนื่องสองขบวน อันเนื่องมาจากคลื่นทั้งสองขบวนเคลื่อนที่ไปพบกัน
        -ตำแหน่งที่เกิดการรวมแบบเสริมกัน จะมีค่า
แอมพลิจูดมาก เรียกตำแหน่งนี้ว่า
ปฏิบัพ(Antinode : A)
        -
ตำแหน่งที่เกิดการรวมแบบหักล้างกันจะมีค่าแอมพลิจูดน้อยเกือบเป็นศูนย์ เรียกตำแหน่งนี้ว่า บัพ(node : N)

แหล่งอ้างอิง